ข่าวดารา

อี๊ด โปงลางสะออน แต่งงานกับแฟนสาวหลังจากที่คบหาดูใจกัน 4 ปี

อี๊ด โปงลางสะออน เผยความสุขงานเเต่งและเเจงเรื่องดราม่า

ก่อนอื่นเราต้องขอแสดงความยินดีกับ “อี๊ด โปงลางสะออน”ด้วยนะคะ ที่ได้เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาว “น้ำ จริยา” ดีกรีเป็นถึงจ้าของธุรกิจอาหารทะเล งานดีวันนี้ตามฤกษ์ที่กำหนดเอาไว้ในวันที่ 27 มกราคม 2561 ณ โบสถ์คริสตจักรเเห่งพันธสัญญาสุวรรณภูมิ โดยงานนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นเรียบง่ายและหวานชื่น ซึ่งงานนี้มีเพื่อนสนิทและญาติๆ จากทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเลยนะค่ะ

สำหรับธีมงานวิวาห์ของหนุ่มอี๊ด นั้นขอเน้นความน่ารัก สนุกสนาน โดยหนุ่มอี๊ด ได้เนรมิตโบสถ์ให้กลายเป็นหน้าโรงภาพยนตร์แบบย่อมๆ ซึ่งงานนี้มีภาพคู่บ่าวสาวตัดต่ออยู่ในโปสเตอร์หนังเรื่องดังหลายเรื่อง เลยนะค่ะซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าใน ปัจจุบัน หนุ่มอี๊ดนับถือศาสนาคริสต์ได้สักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้พิธีแต่งงานของหนุ่มอี๊ด ในวันนี้จึงเป็นพิธีแบบไทย-คริสต์ผสมผสานกันนั่นเองค่ะ

และหลังจากที่หนุ่มอี๊ด ได้จัดงานแต่งไปหยกๆก็มีเรื่องราวดราม่าเกิดขึ้น เมื่อมีหลายคนแอบสงสัยว่างานแต่งขิงหนุ่มอี๊ด ทั้งที ทำไมเราถึงไม่เห็นสมาชิกร่วมวงอย่าง ลาล่า – ลูลู่ และเรื่องราวดราม่าเรื่องนี้ก็สร้างความสงสัยให้กับหลายๆคนว่าผิดใจกันหรือเปล่านะ? และหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดราม่าดังกล่าวขึ้นหนุ่มอี๊ด ของเราก็ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งยังยืนยันว่าไม่ได้ผิดใจกันแน่นอน

และล่าสุด “อี๊ด โปงลางสะออน” ของเราก็ได้ออกมาเปิดใจกลางงานรอบสื่อภาพยนตร์ เรื่องดังอย่างไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.1 ถึงกระแสข่าวที่หลายคนสงสัยว่าทำไมอดีตสมาชิกในวงอย่าง “ลาล่า ลูลู่” ถึงไม่ได้เดินทางไปร่วมในงานพิธีสมรสของเจ้าตัวและภรรยา

โดยงานนี้ทางด้านของ อี๊ด โปงลางสะออน ของเราก็ได้กล่าวออกมาคำขอโทษไปยังทั้งคู่ พร้อมทั้งได้อธิบายเหตุผลว่า เป็นเพราะตนเพิ่งจะเปลี่ยนโทรศัพท์จึงทำให้ข้อมูลการติดต่อหาย แต่ตนเองไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่เชิญ เนื่องจากตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยังดีอยู่ ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลง

เพิ่งแต่งงานไป เป็นยังไงบ้าง ?

“ตอนนี้ก็ดีครับ ชื่นมื่นดีเจ้าสาว คือพอเราแต่งงานไปแล้วก็มีอีกความรู้สึกเกิดขึ้น คือเราอยากมีลูก เพราะว่าตอนนี้เราสร้างอนาคตเราหาเงินมา เราก็ยังนึกไม่ออกว่าจุดหมายเราคืออะไร แต่ว่าเมื่อเราแต่งงานเราก็อยากดูแลเขา อยากมีลูกเพื่อสร้างอนาคต มีจุดมุ่งหมายมากขึ้น”

แสดงว่าท้องแล้วหรือเปล่า ?

“อ๋อ! ตอนนี้ยังไม่ท้อง แต่ตั้งใจจะมีลูกเลย ไม่จำเป็นว่าต้องหญิงหรือชายก่อน คืออยากมี ตอนนี้ใครก็ได้ที่มาเกิดกับเรา ขอให้เป็นลูกเรา และถ้าได้ยินแล้วก็มาเกิดหน่อยครับ(หัวเราะ) เพราะอายุเราเยอะมาก”

ได้ปรึกษาแพทย์หรือยัง ?

“ตอนนี้ขอใช้วิธีของผม ด้วยตัวเองก่อน ช่วงนี้พักผ่อนให้มากขึ้น ถามพี่ๆ ว่าทำตัวยังไง กินแบบไหน ช่วงนี้ขอลองเองก่อนแต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็จะหาหมอ แล้วเดี๋ยวผมก็จะไปตรวจสุขภาพก่อนว่าเราพร้อมขนาดไหน แล้วก็พาเขาไปคุยกับหมอเรื่องวางแผนมีบุตร ”

แต่ในงานแต่งเรา มีคนไปดราม่าว่าไม่มีลาล่า-ลูลู่ มาร่วมงาน ?

“อันนั้นผมลืมจริงๆ คับ และไม่ใช่ว่าลืมแค่น้องสองคนนะคับ คือตอนนั้นเราจะส่งการ์ดเป็น E-card ทางข้อความ แล้วทีนี้ผมเปลี่ยนโทรศัพท์ น้องสองคนแชทเลยไม่อยู่แล้ว แต่ทว่าไม่ใช่แค่น้อง 2 คนที่ตกหล่นเท่านั้น เพราะส่าพี่น้องดารา ผู้ใหญ่ตกหล่นหลายคน ด้วยความเราเป็นคนขี้เกรงใจด้วย แต่ทว่าไม่น่ามีอะไร คือผมก็ต้องขอโทษด้วยไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่เชิญมางาน”

แล้วเราได้พูดคุยกับน้องหรือยัง ?

“ตอนนี้ยังไม่ได้โทรหาน้องเลยคับ แต่ว่าผมก็ทราบเรื่องราวจากที่มีคนมาบอกแล้ว เราก็บอกไม่เป็นไร คือผมก็เห็นที่น้องเขาเขียนแสดงความยินดีในไอจีนะ แต่ว่ายังไม่ได้เจอกันเลย”

จริงๆ แล้วความสัมพันธ์เราทั้งสามคนยังคุยกันได้ไหม ?

“คุยกันนะ… น้องเขาก็มีมาแจมที่โรงเบียร์ที่ผมเล่นบ้าง และเข้ามาสนุกกัน เพียงแต่เราไม่ได้คุยกันบ่อยเหมือนแต่ก่อน แต่ว่าก็ไม่ได้ตัดขาดกัน เรายังรัก ห่วงกันตลอด เพียงแต่ว่าด้วยหน้าที่การงานมันทำให้เราคุยกันน้อยลง แต่ไม่ลืม เพราะเราก็มีวันนี้ได้เพราะว่าน้องๆ ทุกคน ไม่ใช่ว่าเรามาคนเดียว”

ยืนยันว่าที่ไม่ได้ส่งการ์ดงานแต่งคือไม่ได้ตั้งใจ ?

“งานนี้นับว่าผิดพลาดๆ ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่เชิญ น้องๆในวงหลายคนก็ลืม เพราะผมกับแฟนสองคนก็หัวหมุนจัดงาน ไม่เคยแต่งมาก่อน”

ถามถึงเรื่องคุณแม่ ได้ข่าวว่าเพิ่งจะเซอร์ไพรส์ให้เงินคุณแม่ 1 แสนบาท เป็นของขวัญ ?

“เรื่องนี้ปกติผมก็โอนเงินให้แม่เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้วนะครับ แต่ครั้งนี้เป็นการปลอบใจแม่ ก็อย่างที่บอกว่าผมเพิ่งทราบข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยโรคไต ระยะที่ 4 ของท่าน ซึ่งนั่นหมายความว่าอีกนิดเดียวท่านก็จะได้ฟอกไต ซึ่งช่วงนี้ผมยอมรับนะว่า ในตอนแรกที่ทราบว่าท่านป่วย ตัวผมเองก็ต้องยกเลิกคิวงานทุกอย่างเพื่อไปหาท่านทันที

หลังจากนั้นก็พาแม่ไปหาหมอที่คลินิก เพราะว่าตอนนั้นผมเองก็ยังสงสัยว่าทำไมแม่ถึงไม่ได้รับยามาทาน แถมสภาพร่างกายของท่านก็ยังดูปกติ ผมก็เลยพาท่านไปตรวจอาการใหม่อีกครั้ง ซึ่งในวันนั้นหมอที่คลินิกก็เลยส่งตัวท่านไปโรงพยาบาลในเมืองเพื่อตรวจให้ชัดเจน ซึ่งผลสรุปว่าค่าตับและไตของแม่สมบูรณ์มาก และในตอนนั้นผมช็อคเลยเพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา แม่ผมทั้งร้องไห้ ทั้งนอนไม่หลับ และอาการท่านทรุดขึ้นมาเองเลย เพราะใจเสียไปแล้ว แต่พอสรุปว่าเกมส์พลิก ผลออกมาว่าไม่ได้เป็นอะไร คุณแม่ท่านก็ยิ่งช็อคและร้องไห้ออกมาเลย”

“ซึ่งในวันนั้นหลังจากที่ตรวจเสร็จมันก็เป็นวันหวยออกพอดี และผมก็เลยซื้อล็อตเตอร์รี่เลขวันเกิดและอายุตัวเองคือ 15 กับ 39 ปรากฏว่าถูก ผมก็เลยนำเงินที่ถูกรวมกับเงินที่เพิ่มเข้าไปอีกส่วนหนึ่งเซอร์ไพรส์ให้ท่าน ด้วยการนำเงินใส่ลงไปในกระติ๊บข้าวเป็นการปลอบใจท่าน (ยิ้ม)”

ทางคุณหมอเจ้าของไข้คุณแม่คนแรกได้ติดต่อมาเพื่อขอโทษเป็นการส่วนตัวบ้างหรือเปล่า ?

“ยังครับ ตอนนี้ท่านอาจจะยังไม่ทราบเรื่องก็ได้ และผมเองก็ยังไม่มีโอกาสคุยกับท่านเลย เพราะผมเองก็มีเวลาอยู่ที่นั้นแค่ 2 วัน ซึ่งทางด้านของคุณแม่ก็คงจะกลับไปตรวจตามปกติ ไม่ถึงกับต้องเอาเรื่อง เอาราวอะไรหรอก”

ครั้งหน้าจะพาคุณแม่มาตรวจในกรุงเทพเพื่อความชัวร์อีกรอบไหม ?

“ตอนแรกผมได้วางแผนไว้แล้วครับว่า หลังจากนี้จะให้คุณแม่มาอยู่กับผมที่กรุงเทพ เพราะว่าที่บ้านนอกมีพ่อกับแม่อยู่แค่ 2 คน แต่ว่าผมกับน้องมาอยู่กรุงเทพกันหมด ซึ่งพอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นผมก็เลยอยากให้แม่มาอยู่ด้วย แต่เพราะคุณพ่อท่านทำงานเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่นู่น ท่านก็เลยยังเป็นห่วงงานของท่านเหมือนกัน แต่ทว่าตอนนี้พอผลตรวจมันพลิกผมก็เลยสบายใจขึ้นแล้ว”

สภาพจิตใจคุณแม่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?

“ซึ่งตอนแรกที่ท่านรู้ว่าเป็นโรคไตก็คือกินไม่ได้นอนไม่หลับ และจะกินก็กินได้แค่ไข่ขาว ขนาดข้าวเหนียวยังไม่กล้ากิน และก็ไม่กล้าบอกผมด้วยว่าท่านป่วย โดยผมรู้จากคนข้างบ้านหมดเลยที่เขามาบอกให้ฟังว่าแม่กำลังป่วย แต่พอหลังจากที่ท่านรู้ว่าผลตรวจผิด ในวันแรกผมก็พาแม่ไปกินอาหารทะเลเลย (หัวเราะ) ซื้อเนื้อย่างมากินกันทั้งหมู่บ้าน ดีใจกันมาก” เรียกได้ว่าหลังจากที่เจอเรื่องราวดีๆในเรื่องของงานแต่งงานแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวสุดช็อกอีกเอาเป็นว่าเราขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ